สิ่งแวดล้อม
ความท้าทายและโอกาส
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น และปริมาณของเสียจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการเดินทาง ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการปรับตัวเชิงรุก การยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ลดต้นทุนจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุคใหม่
บริษัทฯ มองความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสในการนำองค์กรสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ โดยดำเนินงานอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและแนวโน้มด้านความยั่งยืนของโลก รวมถึงข้อกำหนดของพันธมิตรที่เน้นประสิทธิภาพพลังงานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy มุ่งลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และหมุนเวียนวัสดุกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาใช้ในศูนย์บริการและคลังสินค้า เพื่อเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด บริษัทฯ จะเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ คู่ค้า และลูกค้า เพื่อให้การดำเนินงานทุกมิติสอดคล้องกับอนาคตสีเขียวอย่างแท้จริง
บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืนระยะสั้นและระยะยาว โดยมุ่งเน้นใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้
ในการดำเนินการด้านความยั่งยืนนั้น ผู้บริหาร คณะกรรมการ และพนักงานทุกคนของบริษัทฯ มีความรับผิดชอบร่วมกันในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด
นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการกำหนด บทบาทของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ในการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นระบบเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางด้าน ESG ถูกบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับทั้งกลุ่มบริษัทฯ โดยบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยธุรกิจผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยงแบบ Bottom-up และการประเมินเชิงกลยุทธ์แบบ Top-down ผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานในปัจจุบันและความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้น (Emerging Risks)
การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการเดินทาง ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงและโดยอ้อม บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความท้าทายดังกล่าว และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเติบโตอย่างมั่นคง บริษัทฯ จึงได้จัดทำกรอบนโยบาย และกลยุทธ์ด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทุกกระบวนการดำเนินงาน พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยบริหารจัดการทรัพยากรด้วยหลักการ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำอย่างต่อเนื่อง, บริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 3Rs, นำเทคโนโลยีและโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ในสถานประกอบการ โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำทั้งในประเทศไทยและระดับสากล
เป้าหมาย
กลุ่มบริษัทฯ MGC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กรและกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวทางและมาตรการด้านการบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามหลัก (ESG) รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและสามารถติดตามผลได้อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ จึงได้กำหนด เป้าหมายด้านการบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในระยะยาว 5 ปี และ เป้าหมายระยะสั้นสำหรับปี 2568 เพื่อใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายในและภายนอกองค์กรจะเป็นพลังสำคัญในการก้าวสู่อนาคตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิต่ำ ด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยั่งยืนในทุกมิติ ผ่านการตั้งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวที่สามารถวัดผลได้ (Measurable Targets) ดังนี้
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| เป้าหมายระยะสั้น (ปี 2568) | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1, 2) ลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับฐานปี พ.ศ. 2565 |
| เป้าหมายระยะยาว 5 ปี (ปี 2569 - 2573) |
|
ผลการดำเนินงาน
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2567
หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์
| ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 |
|---|---|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ทั้งหมด) | 4,206.00 | N/A | 5,421.80 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) | 1,918.00 | N/A | 1,707.32 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2) | 2,288.00 | N/A | 2,049.09 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการขนส่ง (ขอบเขตที่ 3) | 1,824.00 | N/A | 1,665.39 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้ (ขอบเขตที่ 3) | N/A | N/A | 730.53 |
การบริหารจัดการพลังงาน

พลังงานไฟฟ้าเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในโชว์รูม ศูนย์บริการ และในส่วนของสำนักงาน บริษัทฯ ตระหนักว่าการใช้พลังงานมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงดำเนินการบริหารจัดการตามนโยบายอนุรักษ์พลังงาน พร้อมประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้พลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลง ร้อยละ

มาตราการส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้า
- ปี 2567 บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงานไฟฟ้า และเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจัดโครงการ "Be Healthy & Save Energy" ขึ้นลงบันได แทนการใช้ลิฟท์
- จัดทำแผนบำรุงรักษาและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแผนงาน เพื่อลดการรั่วไหลของพลังงาน
- ตั้งเวลาเปิด – ปิด แอร์อัตโนมัติในช่วงเวลา 12.00 - 13.00 น. และ 17.30 น.
- ปิดไฟเมื่อพักเที่ยง / เปิดไฟดวงที่จำเป็น
ผลการดำเนินงาน
ปี 2567 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
ซึ่งลดลง 1.80% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และจะดำเนินการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว
| ปี 2566 | ปี 2567 | เป้าหมาย ปี 2568 | |
|---|---|---|---|
| การใช้พลังงานทั้งหมด (MWh) | 4,981,030.00 | 4,891,452.00 | ≤4,744,708.44 |
| อัตราการเติบโต (%) | N/A | -1.80% | - |
| การใช้พลังงานหมุนเวียน (MWh) | N/A | N/A | - |
| อัตราการเติบโต (%) | N/A | N/A | - |
การบริหารจัดการน้ำ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งเผชิญความเสี่ยงทั้งภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูม ศูนย์บริการ และสำนักงาน รวมถึงกิจกรรมภายในองค์กร
เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำลง ร้อยละ

มาตราการส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้น้ำ
- ปี 2567 บริษัทฯ จัดทำแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบประปาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะชำรุด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภายในบริษัทฯ
- ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำในพื้นที่สำนักงาน ดำเนินการเปลี่ยนจากก๊อกน้ำล้างมือแบบธรรมดาเป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดการเปิดใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง
- เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
ผลการดำเนินงาน
ปี 2567 มีปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดจำนวน
ซึ่งลดลงร้อยละ 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
| ปี 2566 | ปี 2567 | เป้าหมาย ปี 2568 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำ (ลบ.ม.) | 64,716.00 | 55,229.00 | ≤49,706 |
| อัตราการเติบโต (%) | N/A | -14.66% | - |
การบริหารจัดการของเสีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจยานยนต์ ทั้งจากศูนย์บริการ งานซ่อมบำรุง และกิจกรรมภายในองค์กร โดยตระหนักว่า หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนโดยรอบ บริษัทฯ จึงดำเนินการบริหารจัดการของเสียทั้งของเสียอันตรายและไม่อันตราย อย่างเป็นระบบ รวมถึงการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร
เป้าหมาย
การจัดการขยะอันตรายและของเสียอันตราย ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ร้อยละ
ลดปริมาณขยะไม่อันตรายลง ร้อยละ

มาตราการส่งเสริมประสิทธิภาพในการจัดการ
- บริหารจัดการของเสียจากศูนย์บริการอย่างถูกวิธี เช่น น้ำมันเครื่องเก่า แบตเตอรี่ สี และสารเคมี ส่งต่อให้หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปกำจัดอย่างปลอดภัย
- คัดแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ เช่น การรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์
- ควบคุมระดับเสียงรบกวน ในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง โดยตรวจวัดและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ
- ส่งเสริมความรู้และพฤติกรรม ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานและคู่ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการของเสียร่วมกันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
ผลการดำเนินงาน
ปี 2567 บริษัทฯ มีการดำเนินการเพื่อลดขยะไม่อันตรายจำนวน
ซึ่งลดลงร้อยละ 8.29 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และขยะอันตรายและของเสียอันตราย ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ร้อยละ 100
MGC ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสังคมและธรรมชาติอย่างยั่งยืน
| ปี 2566 | ปี 2567 | เป้าหมาย ปี 2568 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณขยะและของเสียไม่อันตรายรวม (กิโลกรัม) | 85,600 | 78,500 | ≤76,145 |
| อัตราการเติบโต (%) | N/A | -8.29% | - |
หมายเหตุ: ไม่รวมปริมาณขยะและของเสียที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กรซึ่งองค์กรไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ

บริษัทฯ ตระหนักว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดจากการดำเนินการทั้งจากกระบวนการดำเนินงาน การใช้พลังงาน ก่อให้เกิดขยะ ตลอดจนการขนส่งถึงลูกค้า จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงพื้นที่โดยรอบสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของลูกค้า พนักงาน และชุมชนใกล้เคียง บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการควบคุมและตรวจวัดคุณภาพอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของภาครัฐ เช่น ค่าฝุ่นละอองจากกิจกรรมซ่อมบำรุงรถยนต์ เป็นต้น
เป้าหมาย
กำหนดให้มีการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ผลการดำเนินงาน
ปี 2567
ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมประจำปีของสถานประกอบการทุกแห่งผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด
ร้อยละ

หมายเหตุ : 1. ที่มารายงานผลการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทํางาน บริษัท วี.ซี. เทคโนโลยี จํากัด
