บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance: CG) ด้วยความโปร่งใส รับผิดชอบ และตรวจสอบได้

โดยมีคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวม กำหนดกลยุทธ์ ติดตามการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายใน พร้อมคณะกรรมการชุดย่อย เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง บรรษัทภิบาล และพัฒนาความยั่งยืน ที่ร่วมกันดูแลประเด็นด้านการเงิน การปฏิบัติการ กฎหมาย และ ESG อย่างรอบด้าน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายสำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการ อาทิ นโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงมีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรมทางธุรกิจ

ในด้านเศรษฐกิจ MGC-ASIA มุ่งสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนผ่านโมเดลธุรกิจยานยนต์ครบวงจร เช่น การจำหน่ายรถยนต์หลายแบรนด์ระดับสากล บริการหลังการขาย ธุรกิจรถเช่า พนักงานขับรถ และบริการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้รายได้มีความหลากหลายและลดการพึ่งพิงธุรกิจเดียว ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจไทยผ่านการจ้างงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการสร้างโอกาสให้กับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งรักษาวินัยทางการเงินและบริหารความเสี่ยงภายใต้กรอบที่ยอมรับได้ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบกำกับดูแลกิจการ ซึ่งได้รับการยืนยันจากผลประเมิน CGR ระดับ “ดีเลิศ – 5 ดาว” และคะแนน AGM Checklist 98 คะแนน ในปี 2568 แสดงถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์และบริการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว MGC-ASIA เผชิญความท้าทายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการปฏิบัติตามกฎหมายตลาดทุน การจัดการข้อมูล การควบคุมภายใน และมาตรฐานสากลด้าน ESG ประกอบกับโครงสร้างธุรกิจแบบ Ecosystem ที่มีหลายสายงาน

ทำให้บริษัทต้องยกระดับการกำกับดูแลบริษัทย่อย การจัดการความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลให้มีความเข้มแข็งและโปร่งใสยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้มีส่วนได้เสียมีความคาดหวังสูงขึ้นในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยสูง การแข่งขันในอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งล้วนส่งผลต่อเสถียรภาพและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ยังเป็นโอกาสให้บริษัทพัฒนาระบบ CG ที่แข็งแกร่งขึ้น และยกระดับผลการประเมิน เช่น AGM Checklist และ CGR Checklist ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในตลาดทุนไทย

ในด้านเศรษฐกิจ โมเดลธุรกิจแบบ Ecosystem ของ MGC-ASIA ซึ่งครอบคลุมธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ บริการหลังการขาย รถเช่า บริการทางการเงิน ประกันภัย และเทคโนโลยี ยังคงเป็นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งจากการผสานบริการ การสร้างรายได้แบบต่อเนื่อง การกระจายความเสี่ยง และการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว และเสริมความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก สถาบันการเงิน และหน่วยงานรัฐ ยังเปิดโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะด้านสถาบันที่โปร่งใส การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทำให้ MGC-ASIA สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาว MGC-ASIA ได้พัฒนาระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการหลักการ ESG เข้าไว้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การคัดเลือก การวัดผลการปฏิบัติงาน การติดตามประสิทธิภาพ ไปจนถึงการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของคู่ค้า บริษัทฯ ส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย คุณภาพสินค้า แรงงานที่เป็นธรรม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำ “จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)” เพื่อใช้เป็นแนวทางกลางในการกำกับดูแลพฤติกรรมทางธุรกิจของคู่ค้า ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมทางธุรกิจ การต่อต้านคอร์รัปชัน มาตรฐานแรงงาน สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยในการทำงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสทางการกำกับดูแล โดยคู่ค้าของบริษัทต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวอย่างเคร่งครัด การมีจรรยาบรรณคู่ค้าช่วยให้การดำเนินงานร่วมกันเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมยกระดับความรับผิดชอบและความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

การคัดเลือกคู่ค้า

MGC-ASIA ดำเนินกระบวนการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส มีจริยธรรม และยั่งยืน ผ่าน 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่

การคัดเลือกคู่ค้า 5 ขั้นตอนสำคัญ

ทั้งคู่ค้าใหม่และคู่ค้าปัจจุบันต้องปฏิบัติตาม จรรยาบรรณคู่ค้า และผ่านการประเมินผ่านแบบสอบถาม Pre-qualification Questionnaire และ ESG Self-Declaration เพื่อยืนยันความสอดคล้องด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยเริ่มจากคู่ค้าหลัก Tier-1 ในกลุ่มชิ้นส่วน อะไหล่ และบริการสำคัญ ก่อนขยายไปสู่คู่ค้ากลุ่มอื่นเพื่อครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดในอนาคต

ในการคัดกรองและตรวจประเมิน MGC-ASIA ใช้กระบวนการ Supplier On-Site Assessment ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านธรรมาภิบาล และด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย โดยพิจารณาจาก ESG Self-Declaration และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง หากคู่ค้ารายใดมีคะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน จะถูกกำหนดแผนปรับปรุง (Corrective Action Plan) และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบตามหลัก ESG และสามารถเติบโตไปพร้อมกับบริษัทในระยะยาวอย่างยั่งยืน

การประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า

MGC-ASIA ประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าใน 4 มิติ ได้แก่ สังคม สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความปลอดภัยอาชีวอนามัย โดยอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารและ ESG Self-Declaration เพื่อจัดระดับความเสี่ยงเป็น สูง ปานกลาง หรือ ต่ำ คู่ค้าความเสี่ยงสูงต้องผ่านการตรวจประเมินเชิงลึก (On-site Assessment) เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางปรับปรุง หากไม่สามารถปรับปรุงได้ตามเกณฑ์ บริษัทฯ จะดำเนินการตรวจประเมินเพิ่มเติมตาม Checklist มาตรฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินธุรกิจร่วมกันในอนาคต

แผนและแนวทางแก้ไข

MGC-ASIA นำผลการประเมินคู่ค้ามาจัดทำแผนปรับปรุงร่วมกัน โดยกำหนดประเด็นที่ต้องแก้ไข ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาดำเนินงานอย่างชัดเจน บริษัทฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่าคู่ค้ายังคงมีความเสี่ยงสูงหรือไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ด้าน ESG ได้ตามกำหนด อาจพิจารณาทบทวนการขึ้นทะเบียนหรือการดำเนินธุรกิจร่วมกันในอนาคต

การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า

MGC-ASIA มุ่งส่งเสริมให้คู่ค้าเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับบริษัท ผ่านการให้คำปรึกษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสนับสนุนให้คู่ค้าประเมินตนเองด้าน ESG เพื่อพัฒนาจุดที่ต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน เสริมสร้างศักยภาพคู่ค้า และสร้างคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว


ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

เสริมสร้างความพร้อมด้าน Cybersecurity ตามมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001, 27701

ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน และคู่ค้า ให้ปลอดภัยและตรวจสอบได้

ป้องกันเหตุข้อมูลรั่วไหลและภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์แก่บุคลากรทุกระดับ

ผลการดำเนินงาน

จำนวนลูกค้า และพนักงานทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

กรณี

จำนวนกรณีหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของไซเบอร์หรือข้อมูลลูกค้ารั่วไหล

กรณี

MGC-ASIA ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทฯ ยกระดับระบบบริหารความปลอดภัยสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 27001:2022 และ ISO/IEC 27701:2019 ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดนโยบายและมาตรการควบคุมด้านความปลอดภัย เช่น การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์ การบริหารเหตุการณ์ผิดปกติ และแผนตอบสนอง–ฟื้นฟูเมื่อเกิดเหตุ (Incident Response & Recovery) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียว่าสามารถใช้บริการทางยานยนต์และแพลตฟอร์มดิจิทัลของบริษัทฯ ได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้

ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมข้อมูลลูกค้าจากการขาย การบริการหลังการขาย ศูนย์บริการ และทุกระบบดิจิทัล มีการแต่งตั้ง DPO เพื่อกำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลในทุกหน่วยงาน รวมถึงการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่ การสำรอง–กู้คืนข้อมูล การติดตามเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย การบริหารผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก และมาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล อีกทั้งบริษัทฯ จัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านข้อมูลให้พนักงานถือปฏิบัติ พร้อมระบบจัดการคำร้องของเจ้าของข้อมูล เช่น ขอเข้าถึง แก้ไข ลบ หรือเพิกถอนความยินยอม ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MGC-ASIA ในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานระดับสากลในทุกประสบการณ์ของลูกค้า

กระบวนการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

กระบวนการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

นวัตกรรม

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

ส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์กรโดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงาน

สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการและประสบการณ์ลูกค้า

ผลการดำเนินงาน

พัฒนา Application

สำหรับการจองรถ การนัดหมายบริการ การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง และการให้บริการหลังการขาย

พัฒนา Vehicle Sales Management (VSM)

ระบบบริหารกระบวนการขายรถยนต์แบบ End-to-End ที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สร้าง Red Plate Management System

ระบบควบคุมและติดตามป้ายทะเบียนรถเพื่อเพิ่มความสะดวกและโปร่งใสในการบริหารจัดการ

ใช้ E-Travelling System

ในการบันทึกและบริหารข้อมูลการเดินทางของพนักงาน โดยสามารถคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากลเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

MGC-ASIA ให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กร โดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวคิดใหม่และการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ผ่านระบบรับไอเดียอย่างเป็นทางการ การประชุมเชิงนวัตกรรม และกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้แนวคิดเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นโครงการหรือนวัตกรรมที่นำไปใช้งานได้จริง พร้อมกันนี้ บริษัทยังสนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่พนักงาน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในขั้นตอนต่างๆ ของการให้บริการลูกค้า ทั้งในด้านการขาย การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง และการให้บริการหลังการขายผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวก โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการนำระบบ Chatbot และ Voicebot มาใช้เพื่อให้บริการที่รวดเร็วและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อพัฒนาการบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ในขณะที่เทคโนโลยี Generative AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการสื่อสาร เช่น การผลิตเนื้อหาในหลายภาษา การทำ Avatar Voiceover และ Subtitle ซึ่งช่วยให้การสื่อสารกับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กระบวนการคิดค้นนวัตกรรมของกลุ่มบริษัทฯ

กระบวนการคิดค้นนวัตกรรมของกลุ่มบริษัทฯ

การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

ผ่านการประเมินอย่างต่อเนื่องทุกปี จากสถาบันที่ได้รับการยอมรับด้านการกำกับดูแลกิจการ

ในทุกปีการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจต้องเป็น 0 กรณี ตั้งแต่คณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ กระทําการฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจ

ผลการดำเนินงาน

บริษัทได้รับผลคะแนนผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR)

ระดับดีเลิศ (Excellent) “5 ดาว”

ประจำปี 2568 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

โครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน (AGM Checklist) ประจำปี 2568 ผลประเมิน

คะแนน ระดับ เหรียญ

พนักงานใหม่ได้รับการปฐมนิเทศน์

%

เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน และจรรยาบรรณธุรกิจ

ไม่มีกรณีข้อร้องเรียน

การทุจริตคอร์รัปชันที่มีนัยสำคัญ

ประกาศเจตนารมณ์

เข้าร่วมแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

(ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นกรอบการปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจและปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับหลักการบรรษัทภิบาลที่ดีและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ บริษัทฯ ได้จัดทำ นโยบายการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Policy) ซึ่งเป็นช่องทางที่เปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถรายงานพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณหรือกระทำผิดต่าง ๆ โดยการแจ้งผ่านช่องทางนี้จะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียในการใช้สิทธิรายงานข้อร้องเรียนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ระบบการแจ้งเบาะแสยังส่งเสริมการสื่อสารที่โปร่งใสในองค์กร และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการรักษาจริยธรรมและความซื่อสัตย์ในทุกกระบวนการของธุรกิจ

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
คน
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
คน
กรรมการอิสระ
คน
กรรมการเพศหญิง
คน

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตาม กฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย การตัดสินใจของคณะกรรมการจะต้องคำนึงถึงหลักการ ความถูกต้อง โปร่งใส และ ความรับผิดชอบ ต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะในกรณีที่การตัดสินใจอาจส่งผลกระทบต่อบางกลุ่ม กรรมการจะต้องพิจารณาในทุกมุมมองและตัดสินใจตามหลักการที่เป็นธรรมและมีความรับผิดชอบสูงสุดต่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น

นโยบายตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณ

เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของ MGC-ASIA สอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและมาตรฐานสากล บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงนโยบายและแนวปฏิบัติอื่นๆ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคมโดยรวม

บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอโดยคณะกรรมการบริษัท ผ่านคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง บรรษัทภิบาล และพัฒนาความยั่งยืน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ นโยบายที่เกี่ยวข้องสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ MGC-ASIA และได้มีการสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบผ่านอีเมล บอร์ดประชาสัมพันธ์ และการจัดอบรม โดยพนักงานทุกคนต้องลงนามรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

แนวปฏิบัติต่อการกระทำผิดของพนักงาน

MGC-ASIA มุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมีจริยธรรม โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนในการจัดการกับการกระทำผิดหรือการละเมิดภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย นโยบาย หรือจรรยาบรรณทางธุรกิจ เมื่อมีการพบการกระทำผิด พนักงานจะถูกดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้โดยพิจารณาจากความเหมาะสมตามหลักธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ หากพนักงานหรือผู้บริหารพบเห็นการกระทำผิดหรือทุจริต คอร์รัปชัน หรือการละเมิดกฎหมาย หากพบเห็นพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณหรือการละเมิดข้อบังคับ พนักงานสามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้ รวมทั้งมีการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสจากการถูกกลั่นแกล้งหรือการละเมิดสิทธิ เพื่อสร้างความมั่นใจในกระบวนการสอบสวนที่เป็นธรรมและโปร่งใส


การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2567 บริษัทฯ มีการจัดอบรมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการและการบริหารความเสี่ยง ให้กับพนักงานในองค์กรอย่างทั่วถึงตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร ผู้จัดการและหรือหัวหน้างาน ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ

MGC-ASIA มีระบบการกำกับดูแลความเสี่ยงที่ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมห้าด้านหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การปฏิบัติงาน การเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย และความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risk) พร้อมพิจารณาปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อให้การควบคุมความเสี่ยงเกิดประสิทธิผลสูงสุด บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้กำหนดกรอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite & Risk Tolerance) รวมถึงเพดานบริหารความเสี่ยง (Risk Limit) เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและโปร่งใส

การกำกับดูแลความเสี่ยงดำเนินการภายใต้โครงสร้างที่ชัดเจน โดยมี คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง บรรษัทภิบาล และพัฒนาความยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะต่อฝ่ายจัดการ รวมถึงรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริหารทุกสายงานมีหน้าที่บริหารความเสี่ยงในระดับองค์กรและระดับปฏิบัติการ พร้อมส่งเสริมให้พนักงานทุกคนตระหนักและปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยง

โครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยง

กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM)

MGC-ASIA นำกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) มาประยุกต์ใช้ โดยใช้กรอบ COSO ERM 2017 เพื่อช่วยในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้านของการดำเนินงาน ด้วยการมุ่งเน้นองค์ประกอบหลักที่สำคัญดังนี้:

การกำกับดูแลและวัฒนธรรม
  • จัดให้มีกระบวนการกำกับดูแลที่ชัดเจน
  • ส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมที่ตระหนักถึงความเสี่ยง (Risk Culture) ในทุกระดับขององค์กร
กลยุทธ์และการกำหนดวัตถุประสงค์
  • วางแผนกลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยง
  • พัฒนากลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้
ผลการปฏิบัติงาน
  • กำหนดและประเมินผลระดับความเสี่ยง
  • จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบและโอกาส
การสอบทานและการแก้ไขปรับปรุง
  • ตรวจสอบผลอย่างสม่ำเสมอ
  • ทบทวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อแก้ไขและปรับปรุง
การสื่อสาร และการรายงาน
  • ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • สื่อสารและรายงานข้อมูลความเสี่ยงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างเหมาะสม

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

นโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี
วัฒนธรรมด้านความเสี่ยงขององค์กร